MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

รู้จักไหมหนอ..ดินสอพอง!!

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 - 10:58 น.
AA 202

ถ้าเอ่ยถึงดินสอพอง คนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จักกันแล้ว แต่ไม่แน่นะ บางคนก็อาจจะรู้จัก!!

ภาพจาก : baanlaesuan.com
ภาพจาก : baanlaesuan.com

ดินสอพอง คือของดีของคนไทย ภูมิปัญญาคนไทยที่นำดินมาใช้ประโยชน์ ซึ่งใช้กันมานมนานกาเลแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ดินสอพองอาจจะถูกลืมเลือนไปตามวันเวลาที่ผันผ่านเพราะมีสิ่งใหม่ๆมาทดแทนการใช้งาน

ดินสอพองในความคิดของหลายๆคน ก็จะนึกถึงดินสอพองที่เป็นก้อนกลมๆ แล้วนำมาผสมกับน้ำมะนาว กับน้ำมะขาม หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อประทินผิว หลายคนให้นิยามดินสอพองว่าเครื่องประทินผิวสมัยโบราณ แต่จริงๆแล้วดินสอพองมีประโยชน์มากกว่าเครื่องประทินผิว คนในสมัยโบราณใช้ดินสอพองในชีวิตประจำวันหลากหลายอย่าง

เพราะดินสอพองเป็นดินที่มากกว่าดิน!!

ดินสอพองคืออะไร?

ภาพจาก : ladyissue.com
ภาพจาก : ladyissue.com

ดินสอพอง ทำมาจากดินมาร์ล(marl) หรือรู้จักกันในชื่อ ปูนมาร์ลหรือว่าดินกลาง ดินสอพองได้จากการนำดินมาร์ลมาบด ร่อน ผสมน้ำ แล้วกรองจนสะอาด เมื่อเนื้อดินตกตะกอนนอนนิ่งอยู่ก้นบ่อและดูดน้ำใสออกจากบ่อแล้วก็จะเหลือแต่แป้งดินขาวข้นเป็นดินโคลนดินสอพอง จากนั้นก็เป็นกระบวนการนำดินโคลนนั้นมาทำดินสอพองในรูปแบบต่างๆ เช่นหยอดใส่พิมพ์ เมื่อตากแดดแห้งดีแล้วก็จะกลายเป็นดินสอพองที่พร้อมใช้งานได้ ในดินมาร์ลนั้นประกอบด้วย สารประกอบของแคลเซียลคาร์บอเนตมากกว่าร้อยละ80 และมีส่วนประกอบอื่นๆเช่น แมกนีเซียมคาร์บอเนต, แคลเซียมออกไซด์, ซิลิกอนออกไซด์, อะลูมิเนียมออกไซด์, เหล็กออกไซด์ และ แมกนีเซียมออกไซด์ ลักษณะของดินมาร์ลจะคล้ายกับดินขาวหรือหินผุมีโครงสร้างเป็นชั้นบางๆ มีรุพรุนและเนื้อร่วนซุย โดยดินมาร์ลจะเป็นชั้นดินที่อยู่ลึกจากผิวดินประมาณ 0.5-2 เมตร และมีอยู่เกือบทุกภาคของประเทศไทย แต่แหล่งผลิตใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ตำบลทะเลชุบศรี ในอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ทำไมต้องเรียกดินสอพอง?

หลายคนคงคิด..ทำไมต้องเรียกดินสอพอง ทั้งที่ไม่ใช่ดินสอสักหน่อย จริงๆแล้วดินสอพองก็คือดินสอที่ใช้เขียนกันจริงๆ จึงได้เรียกกันว่าดินสอพอง ดินสอพองใช้กันมานมนานแล้วตั้งแต่ในสมัยอยุธยาตอนปลายก็ว่าได้ ในสมัยนั้นดินสอพองใช้เป็นทั้งดินสอเขียนกระดานชนวน และใช้เป็นเครื่องสำอาง รวมทั้งใช้ในชีวิตประจำวันในรูปแบบต่างๆ ในสมัยก่อนเมื่อต้องเรียนหนังสือจะใช้กระดานชนวนในการขีดเขียน และใช้ดินสอพองแช่น้ำให้เปียก หรือโขลกให้แหลกนำไปพรมน้ำพอให้ปั้นได้ แล้วนำไปปั้นเป็นแท่งขนาดเท่าหัวแม่มือยาวไม่เกินคืบ เมื่อปั้นเสร็จก็นำไปตากแดดจนแห้งก็จะนำมาเขียนได้

จึงกลายเป็นดินสอพอง!!

นอกจากเป็นดินสอเขียนกระดานชนวนแล้ว ดินสอพองยังเป็นเครื่องสำอางและสกินแคร์หรือครีมกันแดดในสมัยโบราณด้วย เพราะหญิงไทยในสมัยก่อนไม่ได้มีเครื่องสำอางมากมายหลายชนิดให้เลือกใช้เหมือนสมัยนี้ จึงใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือสมุนไพรต่างๆมาทำเป็นเครื่องประทินผิวแทน และดินสอพองหรือคนในสมัยนั้นเรียกว่าแป้งร่ำก็คือหนึ่งทางเลือกในการดูแลผิวพรรณ ดินสอพองจึงเป็นเครื่องหอมสมัยโบราณโดยการใช้น้ำอบไทยที่มีกลิ่นหอมเย็นๆผสมกับดินสอพองไว้ลูบไล้เนื้อตัว ซึ่งจะช่วยบำรุงผิวพรรณ ปกป้องผิวจากแสงแดด บำรุงผิวหน้าไม่ให้หมองคล้ำ ทั้งยังป้องกันการระคายเคืองจากสิวและผดผื่นได้ด้วย และทำให้รู้สึกเนื้อตัวลื่นสบายไม่มีเหงื่อ

และอีกนัยหนึ่งของคำว่าดินสอพองนั้น อาจจะมาจากที่คนในสมัยก่อนใช้ดินสอพองมาพอกหน้าและเนื้อตัว โดยใช้น้ำมะมาวหรือน้ำมะขามหยดลงไปบนดินสอพอง ด้วยคุณสมบัติของดินสอพองเมื่อถูกกรดจากน้ำมะนาวจะทำให้เกิดปฎิกิริยาให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ดินสอพองก็จะพองตัวเพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไวด์พยายามลอยตัวหนีออกจากเนื้อดิน จากคุณสมบัตินี้ได้มีผู้สันนิษฐานเกี่ยวกับดินสอพองว่า อาจจะมาจากคำว่า “ ดินสอผ่อง ” และเรียกเพี้ยนมาเป็น “ ดินสอพอง ”

ตำนานที่มาของดินสอพอง?

ดินสอพองมาจากดินมาร์ลที่มีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย ดินสอพองจึงมีการผลิตอยู่ทั่วไป แต่แหล่งที่ริเริ่มผลิตและจัดเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้นั้น อยู่ที่จังหวัดลพบุรี ทำไมถึงอยู่ที่ลพบุรี เนื่องจากมีเรื่องเล่าขานเป็นตำนานมาว่า...เมื่อครั้งที่พระรามปราบทศกัณฐ์ได้สำเร็จ พระรามจึงได้ปูนบำเหน็จให้กับหนุมานซึ่งเป็นทหารเอก โดยการแผลงศรออกไปและถ้าศรไปตกลงที่ใดบริเวณที่นั้นก็เป็นของหนุมาน เมื่อพระรามแผลงศร ศรของพระรามนั้นเป็นศรศักดิ์สิทธิ์เมื่อแผลงมาตกที่ทุ่งพรหมมาสตร์(จังหวัดลพบุรีในปัจจุบัน)ก็ทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟ หนุมานจึงใช้หางกวาดเปลวไฟให้ดับ ดินในบริเวณนั้นที่ถูกไฟจึงสุกและกลายเป็นสีขาว(ดินมาร์ล) และเถ้าดินที่ถูกหางหนุมานกวาดออกไปก็กลายเป็นภูเขาล้อมรอบทุ่งพรหมมาสตร์หรือจังหวัดลพบุรีนั่นเอง..ตำนานเล่าขานกันมาเช่นนี้ ลพบุรีจึงเป็นแหล่งของดินสอพอง!!

ประโยชน์ของดินสอพอง?

ประโยชน์ของดินสอพองมีมากมายทั้งใช้ได้ทั่วๆไป เช่น ใช้อุดรูรั่วของไม้ ใช้พอกไข่เค็ม ใช้ขัดเครื่องเงินเฟอร์นิเจอร์และโลหะต่างๆ นำไปใช้ลงพื้นไม้เพื่อปิดร่องให้เรียบ หรือใช้เป็นสีรองพื้นก็ได้

ใช้เป็นยาสมุนไพร โดยใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาวแล้วนำไปทาตรงรอยบวม ปูด อาการเจ็บปวดก็จะบรรเทาลง อาการบวมโนยุบหายได้ หรือผสมดินสอพองกับใบตำลึงทาแก้ผดผื่นคัน นอกจากนี้นำไปผสมกับขมิ้นทาใบหน้าแก้สิวฝ้า หรือผสมกับน้ำมะขามเปียกสำหรับขัดหน้าทำให้ใบหน้าเกลี้ยงเกลา

ในด้านอุตสาหกรรม ดินสอพองใช้ในการผลิตน้ำมันปาล์ม หรือการทำปูนซีเมนต์ขาว และนำไปเป็นส่วนผสมของผงธูป ทั้งยังเป็นส่วนผสมในการทำยาสีฟันหรือสบู่ฟอกตัวเพื่อให้เนื้อสบู่นวลขึ้น

ในส่วนของเครื่องประทินผิว ก็มีผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดที่มีส่วนผสมของดินสอพอง เช่นนำดินสอพองไปผสมกับน้ำหอมหรือน้ำอบ แล้วหยอดเป็นเม็ดเล็กๆ จากนั้นนำไปผึ่งจนแห้งสนิทแล้วนำไปอบด้วยดอกไม้ไทยๆนานาชนิดก็จะได้เป็นแป้งร่ำ หรือการนำดินสอพองไปทำเป็นแป้งฝุ่น ก็จะมีกระบวนการในการผลิตแต่งสีเติมกลิ่น จนกลายเป็นแป้งฝุ่นที่หอมชวนให้ใช้ ฯลฯ

โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องประทินผิวนั้น เชื่อว่าในปัจจุบันก็ยังมีผู้คนใช้ดินสอพองกันอยู่เหมือนกัน และมีหลากหลายสูตรที่นำดินสอพองมาผสม อย่างเช่น ดินสอพองน้ำมะนาวสูตรนี้สิวจะยุบ หรือดินสอพองผสมกับนมสดสูตรนี้คนผิวแห้งใช้ได้ดีผิวจะชุ่มชื่นขึ้น ถ้าไม่มีนมสดก็ใช้สูตรดินสอพองโยเกิร์ตก็ได้เหมือนกัน และสูตรดินสอพองกับน้ำมะพร้าวเพื่อช่วยให้ผิวหน้ากระชับกระชับรูขุมขน แต่ละสูตรทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นานพอแห้งก็ล้างออก ก็สวยด้วยดินสอพองได้!!

แต่การเลือกใช้ดินสอพองก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน เพราะถ้ากระบวนการผลิตดินสอพองไม่ได้คุณภาพก็อาจจะทำให้ดินสอพองปนเปื้อนจุลินทรีย์หรือโลหะหนักได้ เมื่อนำมาใช้อาจจะทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคืองต่อผิวหนัง ซึ่งในปัจจุบันก็มีการผลิตดินสอพองออกมามากมาย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นจะเห็นดินสอพองหลากสีที่ผู้คนนำมาทาหน้าทาตัวกัน บางครั้งดินสอพองเหล่านั้นอาจจะไม่ได้คุณภาพ จึงควรเลือกซื้อดินสอพองที่มีฉลากกำกับ มีแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ เช่น เป็นผลิตภัณฑ์โอทอปที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.) และควรบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิทด้วย และที่ฉลากผลิตภัณฑ์มีข้อความแสดงว่าได้ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว มีทั้งชื่อผู้ผลิต วันที่ผลิต และรายละเอียดส่วนผสมต่างๆ ก็จะดีสำหรับการนำมาใช้งาน


จบเรื่องราวของดินสอพอง

อ้างอิงข้อมูล :

https://www.sanook.com/campus/929519/

http://lawoetanee.blogspot.com/2008/06/blog-post.html#:~:text=%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5,%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%20%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99

https://www.ladyissue.com/80560

https://www.baanlaesuan.com/51385/video/make-series/dinsorpong

https://www.vogue.co.th/beauty/sunscreeninthepas

https://m.mgronline.com/qol/detail/9610000034076

บทความนี้ได้เคยลงไว้ในBlockdit


ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

รู้จักไหมหนอ..ดินสอพอง!!